จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่ผู้บริหาร · ตอนที่ 10

📚 EP.10 หนังสือที่แพงที่สุดที่ผมเคยอยากได้

📅 Published: 3 July 2026🔄 Last Updated: 3 July 2026

ผมหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาจากชั้นวาง ปกสีชมพู ชื่อหนังสือเขียนไว้ว่า 『聴解が弱いあなたへ』 สำหรับคนที่อ่อนการฟัง

ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง ชื่อหนังสือเหมือนกำลังพูดกับผมโดยตรง ผมเปิดไปที่สารบัญ การจับใจความจากบทสนทนา การฟังคำลงท้ายของประโยค การแยกคำที่ออกเสียงใกล้กัน แต่ละหัวข้อล้วนเป็นสิ่งที่ผมกำลังทำไม่ได้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้อาจช่วยผมได้จริง

แล้วผมก็พลิกไปดูราคาที่ปกหลัง 1,700 เยน

ผมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ วางหนังสือกลับลงบนชั้น พยายามวางให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมที่สุด ราวกับไม่อยากให้ใครรู้ว่าเมื่อครู่ ผมเคยอยากได้มันมากแค่ไหน

ปกหนังสือ 『聴解が弱いあなたへ』 สำหรับคนที่อ่อนการฟัง — 日本語教育研究所 編著

ภาพประกอบ: ปกหนังสือ 『聴解が弱いあなたへ』 編著: 日本語教育研究所 / 初級から中級への橋渡しシリーズ ③ ใช้เพื่ออ้างอิงถึงหนังสือที่กล่าวถึงในบทความ

💴 หนึ่งในสี่ที่หายไป

หลังจากวันสัมภาษณ์ทุนผ่านไป ชีวิตของผมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ทุกเช้าผมยังตื่นก่อนฟ้าสาง ส่งหนังสือพิมพ์ เข้าเรียน กลับมาส่งหนังสือพิมพ์รอบเย็น แล้วใช้เวลาที่เหลือทบทวนบทเรียน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ยกเว้นเงินในกระเป๋า

หลังอุบัติเหตุรถชน ร้านหนังสือพิมพ์เริ่มหักเงินเดือนของผมเพื่อนำไปชดใช้ค่าเสียหาย ประมาณหนึ่งในสี่ของเงินเดือน สำหรับคนที่ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนอยู่แล้ว เงินที่หายไปทำให้ผมต้องเริ่มคิดกับทุกเยนที่ใช้

🐟 魚のあら

เวลาซื้อของเข้าบ้าน ผมมักหยุดอยู่หน้าตู้แช่เย็นอยู่พักหนึ่ง ด้านบนเป็นปลาแล่เป็นชิ้นสวย เรียงอยู่เป็นระเบียบ ผมเหลือบมองป้ายราคา ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาด้านล่าง

ตรงมุมหนึ่งของตู้ มีแพ็กพลาสติกใสหลายแพ็กวางรวมกันอยู่ ข้างในมีหัวปลา ก้างปลา หางปลา และเนื้อที่ติดอยู่ตามก้างเพียงเล็กน้อย ป้ายเล็ก ๆ เขียนไว้ว่า 「魚のあら」 ซากานะ โนะ อาระ

ผมหยิบขึ้นมาหนึ่งแพ็ก พลิกดูราคา ก่อนจะวางแพ็กแรกกลับลงไป แล้วหยิบอีกแพ็กที่ถูกกว่าเดิมขึ้นมาแทน ต่างกันเพียงไม่กี่สิบเยน แต่สำหรับผมในตอนนั้น ไม่กี่สิบเยนก็มากพอจะทำให้ลังเล

魚のあら — หัวปลา ก้างปลา และเศษเนื้อปลาที่ขายในราคาถูกกว่าปลาแล่เป็นชิ้น

ภาพวาดจำลอง 魚のあら สร้างขึ้นเพื่อประกอบเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน หัวปลา ก้างปลา และเศษเนื้อปลาที่มักขายในราคาถูกกว่าปลาแล่เป็นชิ้น เป็นอาหารที่ผู้เขียนเริ่มรู้จักในช่วงที่ต้องประหยัดเงินทุกเยน

บางวันผมก็เลือกแพ็กหมูที่หั่นไม่สวย หรือยากิโซบะสำเร็จรูปลดราคาจาก OK Supermarket กลับมาต้มกินกับซุปง่าย ๆ ช่วงนั้นผมเริ่มรู้จักอาหารที่คนอื่นไม่ค่อยหยิบ

🙅 ข้อเสนอที่ปฏิเสธ

เพื่อนคนหนึ่งเคยชวนผมไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหารไทย เฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันที่ร้านคนไม่พอ ลองคำนวณดู รายได้จากสิบวันนั้นแทบจะพอ ๆ กับเงินเดือนส่งหนังสือพิมพ์ทั้งเดือน เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะในวันที่เงินเริ่มไม่พอ

แต่ผมปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะงานนั้นไม่ดี แต่เพราะรู้ว่าถ้าเลือกทางนั้น เวลาพักผ่อนและเวลาทบทวนบทเรียนของผมจะหายไปด้วย

ผมไม่ได้เดินทางมาญี่ปุ่น
เพื่อทำงานให้ได้เงินมากที่สุด
ผมเดินทางมา
เพื่อเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ดีที่สุด
ผมต้องการโอกาส
ไม่ใช่เงินก้อน

👂 วิชาที่หนักใจที่สุด

แต่ถึงจะเลือกเรียน ปัญหาก็ไม่ได้หายไป สิ่งที่ทำให้ผมหนักใจที่สุดไม่ใช่คำศัพท์ ไม่ใช่ไวยากรณ์ แต่คือการฟัง

เมื่อบทเรียนเข้าสู่ระดับกลาง ความเร็วในการพูดของเจ้าของภาษาเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คำสำคัญของประโยคมักจะไปอยู่ตอนท้าย กว่าผมจะเริ่มเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน บทสนทนาก็เดินไปไกลแล้ว ยิ่งฟังก็ยิ่งเครียด ยิ่งฟังไม่ทันก็ยิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูก

จนกระทั่งผลสอบกลางภาคออก วิชาการฟัง ผมได้ 60 คะแนน เกรด C ผ่านมาได้เพียงคาบเส้น ถ้าต่ำกว่านี้อีกเพียงหนึ่งคะแนน ผลลัพธ์จะเปลี่ยนเป็น 59 เกรด D และคำว่า 不合格 ไม่ผ่าน

ผมนั่งมองกระดาษผลสอบอยู่นาน มันไม่ใช่แค่คะแนน แต่มันเหมือนกำลังบอกผมว่าเวลาของผมเหลือน้อยลงทุกที

ผลสอบวิชาการฟัง 60 คะแนน เกรด C ผ่านเพียงคาบเส้น

ผลสอบภาษาญี่ปุ่นระดับกลางครึ่งหลัง — วิชาการฟัง 60 คะแนน เกรด C ผ่านเพียงคาบเส้น หากต่ำกว่านี้อีกหนึ่งคะแนน ผลลัพธ์จะกลายเป็น 不合格

🚉 ชิบูยะ → ชินจูกุ

ผมรู้แล้วว่าปล่อยเรื่องการฟังไว้แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว วันอาทิตย์เป็นวันเดียวของสัปดาห์ที่ร้านหนังสือพิมพ์ไม่มีรอบส่งช่วงบ่าย ผมมี 定期券 บัตรโดยสารรายเดือน ที่ใช้เดินทางระหว่างบ้านกับโรงเรียนได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ปลายทางของบัตรอยู่ที่สถานีชิบูยะ จากตรงนั้นผมเดินต่อไปชินจูกุหลายกิโลเมตร จนมาถึงร้าน Kinokuniya Shinjuku

ผมขึ้นไปที่ชั้นห้า แผนกหนังสือภาษาญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติ ตรงมุมด้านในสุด หนังสือเล่มนั้นยังวางอยู่ที่เดิม ปกสีชมพู ยังเป็นสีเดิม ตัวการ์ตูนบนปกกำลังเหงื่อแตก ใช้ไม้ค้ำถ่อพยายามก้าวข้ามสิ่งกีดขวางตรงหน้า

รอบนี้ผมสังเกตเห็นสิ่งที่ครั้งก่อนมองข้ามไป มุมล่างของปกมีสติกเกอร์เล็ก ๆ ติดไว้ CD付き แถมแผ่น CD ผมคิดว่าถ้าได้กลับไปเปิดอ่านมันทุกคืน แล้วฝึกฟังซ้ำไปเรื่อย ๆ บางทีผมอาจจะก้าวข้ามปัญหาการฟังที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็ได้

แต่เมื่อพลิกไปดูราคาที่ปกหลัง ตัวเลขยังเท่าเดิม 1,700 เยน สำหรับใครบางคนอาจเป็นเพียงค่าหนังสือหนึ่งเล่ม แต่สำหรับผมในตอนนั้น มันคือค่าอาหารได้เกือบสัปดาห์

ผมนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกพักใหญ่ ใช้นิ้วลูบสันปกเบา ๆ ก่อนจะปิดหนังสือ แล้ววางมันกลับลงบนชั้น เหมือนที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง

วันนั้น
ผมเดินออกจากร้านหนังสือ
มือเปล่า
อีกครั้ง

❓ ผมจะเรียนต่อในห้องนี้ไหวหรือไม่

ผลสอบครั้งนั้นไม่ได้ทำให้ผมกังวลเพียงเรื่องคะแนน แต่มันทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามว่าผมจะเรียนต่อในห้องนี้ไหวหรือไม่ ห้องที่ผมกำลังเรียนอยู่คือห้องที่เรียนเร็วที่สุด เนื้อหาเข้มที่สุด และเป็นห้องที่ผมตั้งใจอยากเรียนจนจบ

ถ้าต้องย้ายลงไป ผมอาจเรียนได้ง่ายขึ้น แต่ผมก็อาจไม่มีโอกาสได้เรียนบทเรียนที่ยากที่สุดของโรงเรียนอีก แล้วถ้าผมยังไปไม่ถึงระดับนั้น ผมจะเอาอะไรไปสอบผ่าน JLPT ระดับ 1

👨‍🏫 「ちょっと来てください」

หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง ขณะที่เพื่อน ๆ กำลังเก็บหนังสือใส่กระเป๋า อาจารย์ Torimitsu เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ แล้วพูดว่า 「○○さん、ちょっと来てください。」 คุณ ○○ มาหาครูหน่อยครับ ผมหันกลับไปแล้วตอบเบา ๆ 「はい。」 ครับ

เพียงเท่านั้น หัวใจผมก็เริ่มเต้นแรง เพราะผมรู้ว่าถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญจริง ๆ อาจารย์คงไม่เรียกผมในเวลานี้

ระหว่างเดินไปห้องพักครู ภาพผลสอบแผ่นนั้นผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง 60 คะแนน เกรด C ผ่านมาได้เพียงคาบเส้น ผมอดคิดไม่ได้ว่าผลการเรียนแบบนี้ ยังมีคุณสมบัติพอที่จะเรียนอยู่ในห้องนี้ต่อไปหรือเปล่า

ยิ่งเดินเข้าใกล้ห้องพักครู หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น ผมเปิดประตูเข้าไป อาจารย์หลายท่านกำลังนั่งทำงานอยู่ ผมโค้งให้ทุกคนตามมารยาท ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะของอาจารย์ Torimitsu

อาจารย์หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา เงยหน้ามองผม แล้วพูดว่า 「奨学金の結果が出ました。」 ผลการพิจารณาทุนออกแล้วค่ะ ผมสูดหายใจเข้าเบา ๆ แล้วตอบกลับไปเพียงสั้น ๆ 「はい。」 ครับ

ในใจของผมทำใจไว้แล้ว ผู้สมัครทุกคนต่างก็เป็นคนที่ตั้งใจเรียน หลายคนพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดีกว่าผม หลายคนมีผลการเรียนที่ดีกว่าผม โดยเฉพาะวิชาการฟัง ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดของผม ผมจึงคิดไว้แล้วว่าถ้าไม่ได้ทุน ก็คงต้องกลับไปพยายามต่อ

อาจารย์มองกระดาษในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แล้วพูดว่า 「JASSOに決まりました。」 คุณได้รับทุน JASSO ค่ะ

เอกสารรับรองการได้รับทุน JASSO — Japan Student Services Organization Honors Scholarship for Privately Financed International Students

ภาพประกอบจากเอกสารของผู้เขียน: เอกสารรับรองการได้รับทุน JASSO — Japan Student Services Organization Honors Scholarship for Privately Financed International Students (ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว)

ผมนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดคำพูดออกมาเบา ๆ 「えっ……本当ですか?」 เอ๊ะ...จริงเหรอครับ?

เมื่อครู่ผมยังคิดอยู่เลยว่าตัวเองอาจกำลังถูกเรียกมาพูดเรื่องผลการเรียน แต่กลับกลายเป็นว่าผมเป็นหนึ่งในนักเรียนของโรงเรียนที่ได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นในครั้งนั้น

ผมดีใจมาก ดีใจจนไม่รู้จะพูดอะไร แต่ในห้องพักครูมีอาจารย์อีกหลายท่านกำลังทำงานอยู่ ผมจึงได้แต่โค้งศีรษะแล้วกล่าวขอบคุณเบา ๆ

อาจารย์ยิ้มให้ผม ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งที่ผมยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ 「これからも頑張ってください。」 จากนี้ไปก็ขอให้พยายามต่อไปนะคะ ผมตอบกลับทันที 「はい。ありがとうございます。」 ครับ ขอบคุณมากครับ

แต่ในใจผมน้ำตาซึม ไม่ใช่เพราะผมได้ทุนเพียงอย่างเดียว แต่เพราะประโยคนั้นทำให้ผมรู้ว่าอาจารย์ยังเชื่อมั่นในตัวผม แม้ว่าวิชาการฟังจะเป็นวิชาที่ผมทำได้แย่ที่สุดในห้อง แม้ว่าผลสอบจะเพิ่งผ่านมาด้วยคะแนนเพียง 60 คะแนน

อาจารย์ไม่ได้มองว่าผมเป็นตัวถ่วงของห้อง
ไม่ได้ส่งผมไปเรียนห้องที่ง่ายกว่า
แต่ยังเชื่อว่า
ผมจะพัฒนาต่อไปได้

ผมเดินออกจากห้องพักครู ยังต้องกลับไปส่งหนังสือพิมพ์รอบเย็นเหมือนเดิม ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนในทันที แต่ในใจของผม มีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

📚 กลับไปอีกครั้ง

อาจารย์บอกว่าเงินทุนจะโอนเข้าบัญชีภายในประมาณสองสัปดาห์ ผมนั่งคำนวณเงินในกระเป๋าอยู่หลายครั้ง ถ้าประหยัดอีกนิด ใช้เงินเท่าที่จำเป็น เงินทุนก้อนนั้นก็น่าจะเข้ามาพอดี ก่อนที่เงินเก็บของผมจะหมด ผมตัดสินใจทันทีว่าสุดสัปดาห์นี้ผมจะกลับไปที่เดิมอีกครั้ง

วันอาทิตย์มาถึง ผมหยิบบัตร 定期券 ขึ้นรถไฟไปตามเส้นทางเดิม ปลายทางอยู่ที่ชิบูยะ จากตรงนั้นผมเดินต่อไปชินจูกุหลายกิโลเมตรเหมือนครั้งก่อน ผมเดินเข้าไปในร้าน Kinokuniya ขึ้นไปยังชั้นห้า ตรงมุมด้านในสุด หนังสือสีชมพูเล่มนั้นยังวางอยู่ที่เดิม

『聴解が弱いあなたへ』 สำหรับคนที่อ่อนการฟัง ผมหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง เปิดไปที่สารบัญ บทเดิม หน้าเดิม หนังสือเล่มเดิม ทุกอย่างเหมือนวันที่ผมต้องวางมันกลับลงบนชั้นหนังสือ ต่างกันเพียงอย่างเดียว ครั้งนี้ผมไม่ได้พลิกดูราคาที่ปกหลังอีก

ผมปิดหนังสือ ถือมันไว้ในมือ แล้วเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ ผมจ่ายเงินสด รับหนังสือเล่มนั้นกลับมาไว้ในมือ ในใจคิดอยู่เพียงว่าคราวนี้ผมจะอ่านมันให้หมด ฟังมันให้หมด ให้คุ้มกับทุกเยนที่จ่ายไป

ขากลับ ผมเดินจากชินจูกุกลับไปชิบูยะอีกครั้ง หนังสือเล่มนั้นอยู่ในมือของผม คราวนี้ผมไม่ได้วางมันกลับลงบนชั้นหนังสืออีก

วันนี้หนังสือเล่มนั้นยังอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด
สันปกซีดจางจากการเปิดอ่านซ้ำ ๆ
ทุกครั้งที่เห็นมัน
ผมนึกถึงเด็กส่งหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง
ที่เคยเดินออกจากร้าน
มือเปล่า
และเด็กคนเดียวกัน
ที่กลับไปอีกครั้ง
คราวนี้
มือของเขา
ไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป

🌙 จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่ผู้บริหาร 📚 หนังสือการฟัง 🎓 ทุน JASSO 🗾 ชีวิตในญี่ปุ่น 📰 ส่งหนังสือพิมพ์
© JapanPlot. All rights reserved. Please share the original link instead of copying or republishing the content.
← กลับสู่เมนูหลัก