จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่ผู้บริหาร · ตอนที่ 11

👂 EP.11 เสียงที่ผมเริ่มฟังทัน

📅 Published: 4 July 2026🔄 Last Updated: 4 July 2026

ผลสอบที่ทำให้ผมใจหายครั้งนั้น เป็นผลสอบของภาษาญี่ปุ่นระดับกลางครึ่งหลัง วิชาการฟัง 60 คะแนน เกรด C ผ่าน แต่ผ่านแบบคาบเส้น ถ้าต่ำกว่านี้อีกเพียงหนึ่งคะแนน มันจะกลายเป็น 59 คะแนน เกรด D และคำว่า 不合格 ไม่ผ่าน

ผมนั่งมองกระดาษแผ่นนั้นอยู่นาน ครั้งนั้น สิ่งที่ทำให้ผมกลัวไม่ใช่แค่คะแนน แต่คือคำถามที่ตามมาหลังจากนั้น ผมยังควรอยู่ในห้องนี้ต่อไปไหม

ห้องที่ผมเรียนอยู่เป็นห้องที่เรียนเร็วที่สุด เนื้อหาเข้มที่สุด และเป็นห้องที่ผมตั้งใจอยากเรียนจนจบ ถ้าต้องย้ายลงไปเรียนห้องที่ช้ากว่า บางทีผมอาจเรียนง่ายขึ้น ตามเพื่อนได้มากขึ้น และเหนื่อยน้อยลง แต่ในใจผมรู้ดีว่าถ้าผมยังไปไม่ถึงบทเรียนที่ยากที่สุดของโรงเรียน ผมจะเอาอะไรไปสอบผ่าน JLPT ระดับ 1 ระดับสูงที่สุดของการวัดระดับภาษาญี่ปุ่นในตอนนั้น

ผลสอบวิชาการฟัง 60 คะแนน เกรด C ผ่านเพียงคาบเส้น

ผลสอบภาษาญี่ปุ่นระดับกลางครึ่งหลัง — วิชาการฟัง 60 คะแนน เกรด C

📝 EJU กับคะแนนเขียนเต็ม 6/6

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น โรงเรียนจัดให้พวกเราสอบ 日本留学試験 หรือ EJU การสอบสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่น รอบเดือนมิถุนายน 2004 มีผู้เข้าสอบประมาณ 18,000 คน

ผลสอบของผมออกมาเป็นภาพที่แปลกมาก การฟังยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของผู้เข้าสอบทั้งหมด เหมือนกระดาษผลสอบกำลังย้ำว่าแผลเดิมของผมยังอยู่ตรงนั้น แต่ในพาร์ตการเขียน ผมได้เต็ม 6 จาก 6 ค่าเฉลี่ยของผู้เข้าสอบรอบนั้นอยู่ที่ประมาณ 3.7 จาก 6

ผมไม่มีสถิติว่าทั้งสนามสอบมีคนได้เต็มกี่คน แต่จากค่าเฉลี่ยระดับนั้น คะแนนเต็ม 6 จาก 6 น่าจะอยู่ในกลุ่มบนสุดของผู้เข้าสอบ

ผลสอบ EJU รอบมิถุนายน 2004 — คะแนนการฟังและพาร์ตการเขียนเต็ม 6/6

EJU รอบมิถุนายน 2004 — แม้การฟังยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่พาร์ตการเขียนได้เต็ม 6/6

สิ่งที่ผมจำได้ชัดที่สุด ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ของทั้งสนามสอบ แต่คือในห้องของผม ผมเป็นคนเดียวที่ได้เต็ม เรื่องนั้นกลายเป็นที่พูดถึงกันอยู่พักหนึ่ง เพื่อนหลายคนแปลกใจ อาจารย์เองก็ชม

ผมจำประโยค exact ของอาจารย์ไม่ได้แล้ว แต่จำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่า บนกระดาษที่การฟังยังเจ็บอยู่ อย่างน้อยก็ยังมีอีกช่องหนึ่งที่ทำให้อาจารย์มองเห็นว่าเด็กคนนี้ยังไม่ได้พังทั้งหมด

ผมไม่รู้ว่าอาจารย์พิจารณาเรื่องอะไรบ้าง แต่ถ้ามองย้อนกลับไป คะแนนเขียนเต็มครั้งนั้นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อาจารย์ยังไม่ให้ผมย้ายลงไปเรียนคลาสที่ช้ากว่า เพราะถึงการฟังของผมจะยังเป็นแผลใหญ่ กระดาษผลสอบอีกด้านหนึ่งก็บอกว่าผมยังมีบางอย่างที่พอจะพาไปต่อได้

บนกระดาษที่การฟังยังเจ็บอยู่
อย่างน้อยก็ยังมีอีกช่องหนึ่ง
ที่บอกว่า
เด็กคนนี้ยังไม่ได้พังทั้งหมด

🇰🇷 คิม ซาง ยุน

แต่การมีบางอย่างที่พอจะพาไปต่อได้ ไม่ได้แปลว่าผมจะปล่อยแผลเดิมไว้แบบนั้นได้ ถ้าจะอยู่ต่อในห้องนี้จริง ๆ ถ้าจะเดินไปให้ถึงบทเรียนที่ยากที่สุดของโรงเรียนจริง ๆ และถ้าจะไปยืนหน้าสนามสอบ JLPT ระดับ 1 ผมรู้ดีว่าผมต้องทำอะไรสักอย่างกับวิชาการฟัง

ช่วงนั้นมีเพื่อนคนหนึ่งช่วยผมไว้มาก เขาชื่อคิม ซาง ยุน เพื่อนชาวเกาหลีที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่แรก คิมเป็นคนเฟรนลี่ ตลก ยิ้มง่าย เขาไม่ใช่คนที่ทำให้ผมรู้สึกแย่กับจุดอ่อนของตัวเอง พอรู้ว่าผมเกือบไม่ผ่านวิชาการฟัง เขาก็เริ่มช่วยผมแกะปัญหาทีละจุด

บางครั้งเรานั่งคุยกันที่ลานอ่านหนังสือชั้นหนึ่ง หน้าห้องธุรการ บางครั้งเป็นตอนเช้าก่อนเข้าเรียน บางครั้งเป็นระหว่างเดินไปสถานีรถไฟ คิมเขียนประโยคให้ดู แล้วลากเส้นโยงลำดับความคิดให้ผมดู

เขาอธิบายว่าภาษาเกาหลีกับภาษาญี่ปุ่นมีลำดับคำที่ใกล้กันมาก คำกริยามักอยู่ท้ายประโยค ความหมายสำคัญหลายอย่างต้องรอให้ประโยคเดินไปจนสุดก่อน สำหรับคิม การรอฟังท้ายประโยคอาจเป็นเรื่องธรรมชาติกว่าผมมาก แต่สำหรับผม คนที่คิดเป็นภาษาไทย ประโยคยาว ๆ ในภาษาญี่ปุ่นเหมือนถูกวางกลับด้านจากความเคยชิน ยิ่งรีบแปลตั้งแต่ต้น ก็ยิ่งหลงทางเร็วขึ้น

คิมบอกผมว่าต้องฟังให้จบประโยคก่อน อย่าเพิ่งตัดสินความหมายเร็วเกินไป สำหรับผม นั่นไม่ใช่แค่เทคนิคการฟัง แต่มันเหมือนมีใครบางคนช่วยเปิดประตูเล็ก ๆ ในกำแพงที่ผมชนอยู่มานาน

🤝 เสียงแลกตัวอักษร

ผมเองก็พยายามตอบแทนเขาด้วยสิ่งที่ผมพอทำได้ คิมไม่ค่อยชอบคันจิ ผมจึงช่วยติวคันจิให้เขา บางทีผมก็เขียนตัวอักษรให้ดู แยกส่วนประกอบของคันจิ แล้วอธิบายความหมายเท่าที่ผมเข้าใจ เขาช่วยผมเรื่องเสียง ผมช่วยเขาเรื่องตัวอักษร เราต่างคนต่างมีจุดที่ตัวเองติดอยู่ แล้วค่อย ๆ ช่วยกันเดินผ่านมันไป

ผมไม่รู้ว่าถ้าไม่มีคิม คะแนนการฟังของผมจะดีขึ้นเร็วขนาดนั้นไหม แต่ผมรู้ว่าในช่วงที่ผมเริ่มไม่มั่นใจว่าตัวเองควรอยู่ในห้องนี้ต่อไปหรือเปล่า เขาเป็นคนหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้ต้องแก้ปัญหานี้คนเดียว

เขาช่วยผมเรื่องเสียง
ผมช่วยเขาเรื่องตัวอักษร
เราต่างคนต่างมีจุดที่ตัวเองติดอยู่
แล้วค่อย ๆ ช่วยกันเดินผ่านมันไป

📈 60 กลายเป็น 81

หลายสัปดาห์หลังจากนั้น ผลสอบของภาษาญี่ปุ่นระดับสูงครึ่งแรกอีกแผ่นหนึ่งก็ถูกส่งมาถึงโต๊ะของผม วิชาการฟัง จากเดิม 60 คะแนน เกรด C กลายเป็น 81 คะแนน เกรด A

ผมนั่งมองตัวเลขนั้นอยู่นิ่ง ๆ ไม่ใช่เพราะไม่ดีใจ แต่เพราะกระดาษแผ่นนั้นกำลังบอกผมอย่างเงียบ ๆ ว่าสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ทุกวัน ๆ ไม่ได้หายไปเปล่า ๆ ผมรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่ความมั่นใจของคนที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว แต่เป็นความรู้สึกของคนที่เพิ่งรู้ว่าทางที่ตัวเองกำลังเดินอยู่ อาจไปต่อได้จริง

ผลสอบการฟังจาก 60 คะแนน เกรด C ขยับขึ้นเป็น 81 คะแนน เกรด A

ผลสอบการฟังจาก 60 คะแนน เกรด C ขยับขึ้นเป็น 81 คะแนน เกรด A หลังจากการฝึกฟังอย่างต่อเนื่องและความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมชั้น

60
กลายเป็น
81
C
กลายเป็น
A
คำถามที่เคยกดอยู่ในใจผม
ผมยังควรอยู่ในห้องนี้ต่อไปไหม
กระดาษแผ่นนั้นไม่ได้ตอบทุกอย่าง
ไม่ได้บอกว่าผมจะสอบผ่าน JLPT ระดับ 1 แน่นอน
แต่มันบอกว่า
อย่างน้อย
ผมยังมีสิทธิ์เดินต่อไปถึงตรงนั้น

🌙 จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่ผู้บริหาร 👂 วิชาการฟัง 📝 EJU 🇰🇷 มิตรภาพนักเรียนต่างชาติ 🗾 ชีวิตในญี่ปุ่น
© JapanPlot. All rights reserved. Please share the original link instead of copying or republishing the content.
← กลับสู่เมนูหลัก