จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่ผู้บริหาร · ตอนที่ 4
❄️ EP.4 วันที่ความตายเดินผ่าน
ทางลาดในย่านพักอาศัยแถบคันโต — สถานที่เกิดเหตุในเช้ามืดวันนั้น
วันหนึ่งในแถบคันโต หิมะตกหนักจนสูงเกือบถึงหน้าแข้ง
เช้ามืดวันนั้น ผมต้องร้อยโซ่เหล็กเข้ากับล้อรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ออกไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตามปกติ
คำว่า "ตามปกติ" ในวันแบบนั้น ฟังดูเหมือนไม่ค่อยปกติเท่าไร
แต่สำหรับงานส่งหนังสือพิมพ์ ต่อให้หิมะตกหนักแค่ไหน ต่อให้ถนนลื่นแค่ไหน ต่อให้ฟ้ายังมืด และเมืองทั้งเมืองยังหลับอยู่ งานก็ยังต้องดำเนินต่อไป
หนังสือพิมพ์หลายร้อยฉบับถูกบรรทุกอยู่ด้านหลังมอเตอร์ไซค์ แต่ละเล่มถูกห่อด้วยพลาสติกใส กันน้ำ กันหิมะ กันไม่ให้กระดาษเปียกก่อนถึงมือผู้อ่าน
ผมขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปในย่านที่พักอาศัยแห่งหนึ่ง บ้านแต่ละหลังยังปิดไฟเงียบ ถนนว่างเปล่า มีเพียงเสียงเครื่องยนต์เบา ๆ เสียงล้อบดไปบนพื้นหิมะ และลมหายใจของผม ที่ลอยออกมาเป็นไอขาวในความมืด
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นเช้าวันธรรมดาอีกวันหนึ่ง
🏔️ เนินลาดที่เปลี่ยนทุกอย่าง
จนกระทั่งผมขับมาถึงเนินลาดแห่งหนึ่ง
ตอนที่กำลังจะแตะเบรกเพื่อจอด ล้อรถกลับไม่ยอมฟัง พื้นถนนบริเวณนั้นกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนผมยังไม่ทันกลัว มอเตอร์ไซค์ทั้งคันพุ่งไถลลงไปตามทางลาด และตัวผมก็ไถลตามมันไป
ผมพยายามทรงตัว พยายามเอามือยันพื้น แต่ไม่มีอะไรให้ยึด ไม่มีอะไรให้หยุด มีเพียงความเย็นของน้ำแข็งที่ครูดผ่านฝ่ามือ และเสียงมอเตอร์ไซค์ที่ไถลเสียดสีกับถนน ดังอยู่ข้าง ๆ ตัวผม
หนังสือพิมพ์ที่บรรทุกอยู่ด้านหลังหลุดกระจายออกไปทั่วถนน แต่ละเล่มถูกซีลไว้ด้วยพลาสติกใส พอสัมผัสกับพื้นน้ำแข็ง มันยิ่งลื่น บางเล่มไถลนำหน้าผมไป บางเล่มหมุนคว้าง บางเล่มกระแทกพื้นแล้วปัดออกข้างทาง
ทั้งคน ทั้งรถ ทั้งหนังสือพิมพ์ กำลังไถลลงไปพร้อมกัน
ตรงขอบทางลาดแห่งหนึ่ง
ผมนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ลมหายใจยังหอบ หัวใจยังเต้นแรง มือยังชา และร่างกายยังไม่แน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยแล้วจริงหรือไม่
แล้วสายตาก็ค่อย ๆ มองเลยออกไปข้างหน้า
ถัดออกไปมีเพียงพุ่มไม้เล็ก ๆ กับขอบคอนกรีตสูงไม่กี่เซนติเมตร กั้นอยู่ระหว่างถนนกับเหวด้านล่าง
ห่างออกไปอีกเพียงไม่กี่เมตร ถนนก็หมดลงตรงนั้น
ปัจจุบันบริเวณนั้นมีรั้วลวดเหล็กตาข่ายสีเขียวกั้นอยู่แล้ว แต่ในวันนั้นยังไม่มี
ปัจจุบันบริเวณนั้นมีรั้วลวดเหล็กตาข่ายสีเขียวกั้นอยู่แล้ว แต่ในวันนั้นยังไม่มี
ในวันนั้น ความทรงจำของผมมีเพียงพุ่มไม้เล็ก ๆ กับขอบคอนกรีตเตี้ย ๆ ที่คั่นอยู่ระหว่างผมกับสิ่งที่อยู่ข้างล่าง
พุ่มไม้เตี้ย ๆ กลุ่มนั้นดูบอบบางเกินกว่าจะรับน้ำหนักอะไรได้ ขอบคอนกรีตสูงเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก็ดูเตี้ยเกินกว่าจะหยุดมอเตอร์ไซค์ทั้งคันได้
แต่ในเช้าวันนั้น มันคือสิ่งเดียวที่คั่นอยู่ระหว่างผมกับสิ่งที่อยู่ข้างล่าง
🏫 ความสูงที่มองเห็นได้
ความสูงของมันไม่ได้ลึกเหมือนหุบเขา แต่มันสูงประมาณตึกห้าหรือหกชั้น
ผมรู้เรื่องนี้ดี เพราะในช่วงเย็นของหลาย ๆ วัน จากเนินตรงนั้น ผมมักมองเห็นนักเรียนมัธยม ทำความสะอาดห้องอยู่บนชั้นบนสุดของอาคารเรียน ระดับสายตาของเรา เกือบอยู่ในแนวเดียวกัน
จากเนินแห่งนี้ ระดับสายตาเกือบอยู่ในแนวเดียวกับชั้นบนของอาคารเรียนที่อยู่ด้านล่าง
ในวันธรรมดา มันก็เป็นเพียงภาพหนึ่งของเมืองเล็ก ๆ ในญี่ปุ่น ถนนลาดลงไป บ้านเรือนเรียงตัวอยู่สองข้างทาง และอาคารเรียนตั้งอยู่ต่ำลงไปด้านล่าง
แต่ในเช้ามืดวันนั้น ภาพเดียวกันบอกผมอย่างเงียบ ๆ ว่า ถ้าผมตกลงไป มันคงไม่ใช่ภาพแบบที่เคยมองเห็นในวันธรรมดาอีกต่อไป
🤍 ความกลัวที่เงียบมาก
ผมจำได้ว่า ในหัวว่างเปล่าอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ไม่ได้คิดถึงอนาคต ไม่ได้คิดถึงความฝัน ไม่ได้คิดถึงญี่ปุ่น ไม่ได้คิดถึงโรงเรียน ไม่ได้คิดถึงการสอบ JLPT ไม่ได้คิดถึงอะไรทั้งนั้น
ตอนนั้น ผมเห็นอยู่แค่นั้น พื้นน้ำแข็ง มอเตอร์ไซค์ที่ล้มอยู่ หนังสือพิมพ์ที่กระจัดกระจาย พุ่มไม้เล็ก ๆ ขอบคอนกรีตเตี้ย ๆ และเหวตรงหน้า
ผมไม่ได้ตะโกน ไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ลนลาน
ไม่ได้เสียงดัง
มันเงียบ เย็น
และทำให้ในหัวผมเหลือคำสั่งเดียว
ลุกขึ้น
ออกไปจากตรงนี้
รอดจากตรงนี้ให้ได้
🦺 สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด
ผมนอนนิ่งอยู่อีกครู่หนึ่ง ฟังเสียงลมหายใจของตัวเอง สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดทำงานเร็วกว่าความกลัว
ผมค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ พื้นยังลื่น และผมยังไม่แน่ใจว่าร่างกายส่วนไหนของตัวเอง เจ็บไปแล้วบ้าง
ตอนแรกนั้น ความเจ็บยังมาไม่ถึง มีเพียงความชา ความหนาว และหัวใจที่ยังเต้นแรง
จากนั้นผมจึงเริ่มพยุงมอเตอร์ไซค์ออกจากจุดอันตราย เข็นขึ้นเนินทีละนิด อย่างช้า ๆ และระมัดระวังที่สุด เสียงโซ่ที่ล้อกระทบกับพื้นน้ำแข็งเบา ๆ ดังอยู่ในความมืด
ผมหาที่วางขาค้ำที่ไม่ลื่นเกินไป ทำทุกอย่างช้าลง เพราะรู้ว่าถ้าลื่นอีกครั้ง ผมอาจไม่หยุดอยู่แค่ตรงนั้น
เมื่อมอเตอร์ไซค์อยู่ในจุดปลอดภัยแล้ว ความเจ็บจึงค่อย ๆ เดินทางมาหาผมทีละจุด ที่หัวเข่า ที่ฝ่ามือ ที่แขน และที่ข้อศอก
ผมหยิบผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ที่พกติดตัวมา ค่อย ๆ ถลกขากางเกงขึ้น ซับเลือดตรงหัวเข่า แล้วถลกแขนเสื้อ ซับเลือดตรงฝ่ามือ แขน และข้อศอก
เลือดไม่ได้ไหลออกมามากมาย แต่มันไหลซิบ ๆ พอให้รู้ว่าร่างกายของผม ไม่ได้ผ่านเหตุการณ์นั้นมาโดยไม่เป็นอะไร
อากาศหนาวกัดผิว แผลแสบ มือชา แต่หนังสือพิมพ์ยังคงกระจัดกระจายอยู่เต็มถนน
ผมจึงเดินกลับลงมาตามทางลาด ก้มหน้าก้มตา เก็บหนังสือพิมพ์ทีละเล่ม ทีละเล่ม อย่างทุลักทุเล บางเล่มยังลื่นอยู่ในพลาสติกใส บางเล่มเปื้อนน้ำแข็ง บางเล่มกระเด็นไปไกลกว่าที่คิด
ไม่มีเสียงใครถามว่าเจ็บไหม
ไม่มีใครเห็นว่า เมื่อไม่กี่นาทีก่อน
เด็กส่งหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง เพิ่งนอนอยู่ตรงขอบเหว
มีเพียงเสียงลมหายใจของผม เสียงรองเท้าบนพื้นน้ำแข็ง และเสียงพลาสติกของหนังสือพิมพ์ที่ดังเบา ๆ อยู่ในความมืด