จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่ผู้บริหาร · ตอนที่ 8
📰 EP.8 ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นในโรงเรียนภาษา: กระดาษประกาศรับสมัครทุนแผ่นหนึ่ง กับความพยายามตอนตีสอง
ผมคิดว่า EP นี้น่าจะเป็นประโยชน์กับนักเรียน นักศึกษาในญี่ปุ่นหลายคน โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้รับทุนเต็มจำนวนจากรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลญี่ปุ่น
เพราะชีวิตของนักเรียนต่างแดน ไม่ได้มีแค่ห้องเรียน หนังสือ หรือคะแนนสอบเท่านั้น
แต่มันยังมีค่าใช้จ่าย เวลานอนที่หายไป งานพิเศษที่เลิกไม่ได้ และความพยายามเงียบ ๆ ที่จะประคองตัวเองให้ผ่านไปทีละวัน
📋 ทุน JASSO คืออะไร
ก่อนเล่าต่อ ผมขออธิบายเรื่องทุนสั้น ๆ ก่อน เพราะในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นตอนนั้น เวลาพูดถึงทุนนี้ อาจารย์จะเรียกว่า "ทุนมงบุโช" หรือทุนรัฐบาลญี่ปุ่น
คำว่า "มงบุโช" มาจากชื่อเดิมของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาคือกระทรวง MEXT
สำหรับนักเรียนไทยหลายคน เมื่อได้ยินคำว่า "ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น" ก็มักนึกถึงทุน MEXT ซึ่งเป็นทุนเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำคัญแทบทั้งหมด ตั้งแต่ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น ไปจนถึงช่วงเรียนจบ
แต่ทุนที่ผมกำลังจะเล่าใน EP นี้ คือทุน JASSO หรือ Japan Student Services Organization ซึ่งองค์กรนี้ก็อยู่ภายใต้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเช่นกัน ทุนนี้เป็นทุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายรายเดือน สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนต่อในประเทศญี่ปุ่นด้วยทุนส่วนตัว
ผู้สมัครต้องผ่านเกณฑ์ด้านผลการเรียน การเข้าเรียน และระดับภาษาญี่ปุ่นตามที่กำหนด
สำหรับนักเรียนที่ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เงินช่วยเหลือรายเดือนแบบนี้มีความหมายมาก มันอาจทำให้ค่าอาหารเบาลง ทำให้ซื้อหนังสือได้มากขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ทำให้ชีวิตในต่างแดน หายใจได้คล่องขึ้นอีกนิด
📄 กระดาษแผ่นหนึ่ง ริมห้องพักครู
ในระหว่างที่ผมกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นระดับกลางอยู่ที่โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น วันหนึ่ง ทางโรงเรียนประกาศเรื่องการคัดเลือกนักเรียนเพื่อเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกทุนนี้
อาจารย์ประกาศในห้องเรียน นักเรียนก็บอกต่อกันเอง และมีประกาศติดอยู่แถวหน้าห้องพักครูด้วย
ผมจำได้ว่า หลังเลิกเรียนวันนั้น ประมาณเที่ยงครึ่ง ตอนที่นักเรียนหลายคนเริ่มทยอยกลับ ผมยืนอ่านรายละเอียดของทุนนั้นอยู่คนเดียว
กระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่ตรงหน้า ถ้าเป็นคนอื่น มันอาจเป็นแค่ประกาศทุนธรรมดา แต่สำหรับผมในตอนนั้น กระดาษแผ่นนั้น เหมือนประตูบานเล็ก ๆ ที่เพิ่งแง้มออก
เมื่ออ่านประกาศจบ ผมจึงรีบไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาที่ห้องพักครูทันที เพราะช่วงบ่ายวันนั้น ผมยังมีงานส่งหนังสือพิมพ์รอบเย็นรออยู่
👩🏫 Torimitsu Sensei
อาจารย์ของผมชื่อ Torimitsu Sensei ท่านเป็นอาจารย์ผู้หญิงที่มีบุคลิกเข้มแข็ง ผมสั้น แต่งตัวทะมัดทะแมง และพูดด้วยเสียงที่ชัด ค่อนข้างแหลม
เวลาท่านพูด คนฟังแทบไม่ต้องเดาว่าประโยคนั้นสำคัญหรือไม่ เพราะทุกประโยคฟังดูสำคัญไปหมด
เมื่อผมถามเรื่องทุน อาจารย์ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ไกลเกินเอื้อม ตรงกันข้าม ท่านเชียร์ให้ผมลองสมัคร
อาจเป็นเพราะท่านรู้จักผมมาพอสมควร ท่านรู้ว่าผมทำงานส่งหนังสือพิมพ์ รู้ว่าผมมาเรียนอย่างสม่ำเสมอ และผลการเรียนก็ไม่แย่ ท่านคงรู้ด้วยว่า แม้ผมอาจไม่ได้โดดเด่นที่สุดในทุกด้าน แต่ผมยังไม่ยอมปล่อยสิ่งที่ตั้งใจไว้ไปง่าย ๆ
📝 เกณฑ์การสมัคร
เกณฑ์คร่าว ๆ ของการสมัครทุนในครั้งนั้นคือ
1. ต้องเข้าเรียนครบ 100% ไม่เคยขาดเรียนแม้แต่วันเดียว
2. ไม่เคยมาสาย แม้แต่นาทีเดียว
3. ต้องมีผลการเรียนดี
4. ต้องมีความตั้งใจชัดเจนว่า หลังจากจบโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นแล้ว จะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น
สำหรับคนที่กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนภาษาญี่ปุ่น และสนใจทุนลักษณะนี้ สิ่งที่ควรรักษาไว้ให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ แต่คือการเข้าเรียน
เพราะในญี่ปุ่น การไม่ขาด ไม่สาย และการรักษาวินัยให้สม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่ถูกมองอย่างจริงจังมาก
ผมเป็นเพียงคนเดียวที่เข้าเกณฑ์การสมัคร
🌧️ ตัวเลข 100% ที่ไม่เคยเรียบร้อย
ผมเข้าเรียนครบ 100% ไม่เคยมาสาย และไม่เคยขาดเรียนเลยแม้แต่วันเดียว
ตัวเลข 100% ถ้าอยู่บนกระดาษ มันดูเรียบร้อยมาก เหมือนไม่มีเหงื่อ ไม่มีฝน ไม่มีหิมะอยู่ในนั้นเลย
แต่ในชีวิตจริงของเด็กส่งหนังสือพิมพ์ ตัวเลข 100% มันไม่เคยเรียบร้อยขนาดนั้น
เพราะการจะไปเรียนให้ครบทุกวัน ไม่ได้แปลว่าแค่ตื่นแล้วไปโรงเรียนให้ทันเวลา แต่มันหมายถึง เราต้องตื่นตั้งแต่ตีสอง ออกไปส่งหนังสือพิมพ์ให้เสร็จ ก่อนจะกลับมาเตรียมตัวไปโรงเรียน
วันที่พายุฝนเข้า ก็ต้องออกไปส่งหนังสือพิมพ์ วันที่พายุหิมะเข้า ก็ต้องออกไปส่งหนังสือพิมพ์ วันที่แดดแผดร้อนจนผิวไหม้คล้ำ ก็ยังต้องออกไปส่งหนังสือพิมพ์อยู่ดี
หนังสือพิมพ์ไม่เคยถามว่าวันนี้ร่างกายของเราพร้อมหรือไม่ ลูกค้าก็ยังต้องได้รับหนังสือพิมพ์เหมือนเดิม งานจึงไม่เคยหยุด แม้คนทำงานจะอยากหยุดแค่ไหนก็ตาม
หลังจากผ่านการส่งหนังสือพิมพ์ในวันที่โหดแบบนั้น เด็กส่งหนังสือพิมพ์หลายคนเลือกกลับไปนอนพักที่บ้าน บางคนจึงหยุดเรียน บางคนไปเรียนสาย ไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจ แต่เพราะบางวัน แค่พาตัวเองกลับถึงบ้านได้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
🏆 皆勤賞 — Kaikinsho
และในปี 2003 ผมได้รับรางวัล 皆勤賞 Kaikinsho รางวัลสำหรับนักเรียนที่ไม่ขาดเรียนและไม่มาสายเลยตลอดปี
ตอนนั้นผมเพิ่งเข้าใจว่า บางรางวัลไม่ได้บอกว่าเราเก่งกว่าใคร แต่มันบอกว่า เราได้พาตัวเองผ่านวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา มาได้ครบทุกวัน
บางที
แค่การมาเรียนให้ทันทุกวัน
ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา
แต่มันเหมือนการสอบอย่างหนึ่ง
ที่ต้องผ่านให้ได้
ตั้งแต่ก่อนฟ้าสว่าง