จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่ผู้บริหาร · ตอนที่ 8
📰ตัวเลข 100% ที่มีตีสองซ่อนอยู่
เหมือนไม่มีเหงื่อ ไม่มีฝน ไม่มีหิมะอยู่ในนั้นเลย
หลังเลิกเรียนวันหนึ่ง เวลาประมาณเที่ยงครึ่ง นักเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นเริ่มทยอยกลับบ้าน
ส่วนผมยืนอ่านกระดาษประกาศแผ่นหนึ่งที่ติดอยู่บริเวณหน้าห้องพักครู เป็นประกาศรับสมัครทุนสำหรับนักเรียนต่างชาติ
ทุนที่อาจารย์ในโรงเรียนเรียกกันว่า "มงบุโช" หรือทุนรัฐบาลญี่ปุ่น แต่ทุนที่ผมกำลังจะสมัครในครั้งนั้นคือ JASSO เงินช่วยเหลือรายเดือนสำหรับนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนอยู่ในญี่ปุ่นด้วยทุนส่วนตัว
สำหรับคนที่ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เงินรายเดือนก้อนหนึ่งมีความหมายมาก
ผมอ่านประกาศตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย แล้วรีบเดินเข้าไปหา Torimitsu Sensei อาจารย์ที่ปรึกษา เพราะบ่ายวันนั้นผมยังต้องกลับไปส่งหนังสือพิมพ์อีกรอบ
เมื่อผมถามเรื่องทุน อาจารย์ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้ไกลเกินเอื้อม กลับเชียร์ให้ผมลองสมัคร
ใครก็ยื่นใบสมัครได้
เท่าที่ผมจำได้ ไม่มีข้อไหนเขียนชัดว่า ต้องเข้าเรียนครบ 100% จึงจะสมัครได้
แต่ในโรงเรียน เรารู้กันว่า ประวัติการเข้าเรียนมีน้ำหนักมาก ถ้าขาดเรียนหรือมาสายบ่อย ต่อให้ยื่นใบสมัครไป โอกาสที่ใบสมัครจะถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาจริงจังก็น้อยลง
ทั้งนักเรียนพูดกัน
อาจารย์ก็พูดกัน
และในปีนั้น
ผมเข้าเรียนครบ 100%
ไม่ขาด
ไม่สาย
แม้แต่วันเดียว
ในกลุ่มนักเรียนส่งหนังสือพิมพ์รุ่นราวคราวเดียวกับผม ผมเป็นคนเดียวที่ทำได้ถึงตัวเลขนี้
ตัวเลข 100% บนกระดาษดูเรียบร้อยมาก
เหมือนไม่มีเหงื่อ
ไม่มีฝน
ไม่มีหิมะอยู่ในนั้นเลย
แต่ในชีวิตจริง มันหมายถึงการตื่นตั้งแต่ตีสอง ออกไปส่งหนังสือพิมพ์ให้เสร็จ แล้วกลับมาเตรียมตัวไปโรงเรียน
วันที่พายุฝนเข้า ก็ต้องออกไปส่ง
วันที่พายุหิมะเข้า ก็ต้องออกไปส่ง
วันที่แดดแรงจนผิวไหม้คล้ำ ก็ยังต้องออกไปส่งเหมือนเดิม
บางวัน หลังส่งหนังสือพิมพ์เสร็จ เด็กหลายคนเลือกกลับไปนอนพัก บางคนหยุดเรียน บางคนไปสาย ไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจ แต่เพราะบางวัน แค่พาตัวเองกลับถึงบ้านได้ ก็หนักมากพอแล้ว
แต่ในปีนั้น ผมไปถึงห้องเรียนครบทุกวัน
ปี 2003 ผมได้รับ
皆勤賞 — Kaikinsho
รางวัลสำหรับนักเรียนที่ไม่ขาดเรียนและไม่มาสายเลยตลอดปี
ครั้งหนึ่ง ผมเคยเจอทุนหลายแห่งที่ตัวเลขบนทรานสคริปต์ทำให้ผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะสมัคร
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป
ผมสมัครได้เหมือนทุกคน
และอย่างน้อย ตัวเลข 100% ก็ทำให้ผมรู้ว่า ใบสมัครของผมมีเหตุผลมากพอที่จะถูกหยิบขึ้นมาดูจริง ๆ