จากเด็กส่งหนังสือพิมพ์สู่ผู้บริหาร · ตอนที่ 9
📰ห้องสัมภาษณ์ที่มีทุนเดียว กับกระดาษอีกชุดที่ไม่มีใครขอดู
ส่วนผมในตอนนั้นนับชั้นตึก
เมื่อโรงเรียนประกาศรายชื่อผู้ผ่านรอบเอกสาร ขั้นตอนต่อไปคือการสัมภาษณ์
ปีนั้น โรงเรียนสามารถเสนอชื่อนักเรียนเพื่อรับทุนได้เพียงคนเดียว
แต่คนที่ผ่านมาถึงรอบนี้มีหลายคน และทุกคนล้วนเรียนดี
หนึ่งในนั้นคือ โจ ฮุ่ย หลิน นักเรียนหญิงชาวจีนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกับผม
เธอเป็นหนึ่งในนักเรียนเพียงสองคนที่ได้ข้ามชั้นขึ้นมาอยู่ในห้องระดับสูงสุด เรียนเก่ง พูดคล่อง และทำคะแนนได้สูง
คิวสัมภาษณ์ของผมอยู่ต่อจากเธอ
วันนั้นผมใส่เสื้อยืดคอกลม มีเสื้อนอกทับ กางเกงขายาว และรองเท้าผ้าใบคู่เดิมที่ใช้ขึ้นตึกตอนส่งหนังสือพิมพ์
ห้องรอสัมภาษณ์เป็นห้องเรียนธรรมดา
แต่วันนั้นเงียบกว่าปกติ
เพราะทุกคนรู้ดีว่า ทุนมีเพียงทุนเดียว
เมื่อถึงคิวของโจ ฮุ่ย หลิน ผมถูกเรียกให้ออกไปนั่งรอหน้าห้อง
ผ่านกระจกประตู ผมเห็นเธอกำลังตอบคำถามอยู่ด้านใน
เธอพูดคล่อง ยิ้ม และดูมั่นใจ
ผมรู้ทันทีว่า การแข่งขันครั้งนี้ไม่ง่าย
ไม่นานก็ถึงคิวของผม
ในห้องมีกรรมการประมาณ 4–5 คน นั่งเรียงกันอยู่ด้านหน้า
คำถามส่วนใหญ่เป็นเรื่องชีวิตประจำวัน รายได้ รายจ่าย ทำไมถึงต้องการทุน และถ้าได้รับแล้วจะนำเงินไปใช้อย่างไร
ผมตอบไปตามจริง
เล่าเรื่องงานส่งหนังสือพิมพ์ที่ต้องขึ้นตึกจำนวนมากในแต่ละวัน ปกติประมาณ 300–500 ชั้น และช่วงที่งานมากอาจถึง 500–700 ชั้น
เมื่อผมพูดถึงจำนวนชั้น กรรมการท่านหนึ่งมีสีหน้าแปลกใจ ก่อนถามว่า
"นับจำนวนชั้นด้วยหรือ"
ผมตอบว่า
"ครับ"
ผมนับ เพราะต้องรู้ว่าแต่ละวันงานจะใช้เวลามากแค่ไหน เพื่อวางแผนส่งหนังสือพิมพ์ให้เสร็จและไปโรงเรียนให้ทัน
ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ผมบอกกรรมการว่า มีเอกสารอีกชุดหนึ่งที่เตรียมมาด้วย
เป็นกระดาษ A4 ประมาณ 4–5 แผ่น เย็บมุมธรรมดา
ไม่มีใครขอให้ผมเตรียมมา
มันคือ proposal งานวิจัยที่ผมเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น สำหรับใช้สมัครเรียนต่อระดับปริญญาโท
ผมหยิบเอกสารขึ้นมา แล้วอธิบายสั้น ๆ ว่าผมสนใจศึกษาเรื่องอะไร ทำไมเรื่องนั้นจึงสำคัญ และตั้งใจจะนำ proposal นี้ไปใช้อย่างไรต่อ
กรรมการท่านหนึ่งมองเอกสาร แล้วถามผมเพียงว่า
"เขียนเองทั้งหมดเลยหรือ"
ผมตอบว่า
"ครับ"
หลังเดินออกจากห้องสัมภาษณ์ โจ ฮุ่ย หลินถามว่ากระดาษที่ผมถือเข้าไปคืออะไร
เมื่อรู้ว่าเป็น proposal สำหรับสมัครปริญญาโท เธอยิ้มแล้วพูดว่า
"ฉันว่าเธอน่าจะได้ทุนนี้นะ"
ผมไม่รู้ว่าเธอพูดเพื่อให้กำลังใจ หรือเพราะเห็นอะไรบางอย่างจากการสัมภาษณ์
แต่เย็นวันนั้น ผมยังไม่ได้รู้ผลอะไรทั้งนั้น
ผมกลับไปส่งหนังสือพิมพ์
เหมือนทุกวัน