มิโสะแดง (赤味噌) เป็นมิโสะที่หมักนานกว่ามิโสะทั่วไป ทำให้มีสีเข้ม บางทีก็เป็นสีดำเลย 🤣 กลิ่นแรง และรสอูมามิเข้มข้นเป็นพิเศษ — คือไม่ได้มาเล่น ๆ นะจ๊ะ มาแบบมีประวัติ มีชาติตระกูล และมีความหมักยาวนานนนนน 🤣
🔴 ประวัติของ "ซุปมิโสะแดง" (赤味噌汁)
ซุปบ้านเกิดของชาวนาโกย่า ที่เข้มข้นพอ ๆ กับสำเนียงคนแถบนั้น 🤣
ในอดีต มิโสะถือเป็นเสบียงสำคัญของกองทัพซามูไร เพราะเก็บได้นาน พกพาง่าย และให้พลังงานดี โดยเฉพาะแถบโอวาหริและมิกาหวะ (พื้นที่รอบนาโกย่าในปัจจุบัน) ที่ขึ้นชื่อเรื่องมิโสะแดงมานานหลายร้อยปี
จนมีคนเรียกกันเล่น ๆ ว่า...
⚔️ นาโกย่าสร้างกล้ามเนื้อด้วยมิโสะแดง 🤣
ซดไปหนึ่งถ้วย รู้สึกเหมือนพร้อมยกปราสาทนาโกย่าได้ครึ่งหลังแล้ววววว 55555
อีกครึ่งหลังเอาไว้ซดถ้วยที่สองก่อน 🤣
🍲 จากอาหารชาวบ้านสู่ร้านอาหารหรู
เมื่อเวลาผ่านไป มิโสะแดงไม่ได้อยู่แค่ในครัวเรือนของชาวนาโกย่าอีกต่อไป เชฟญี่ปุ่นเริ่มนำมาปรุงกับดาชิคุณภาพดี จนเกิดเป็น "赤だし" (Akadashi) = ซุปมิโสะแดง อันเลื่องชื่อออออออ
เลื่องชื่อขนาดไหน? ขนาดคนที่บอกว่า "อิ่มแล้ว" ยังเผลอยกถ้วยขึ้นมาซดต่อจ้าาาา 🤣 ทั้งที่เมื่อกี้ยังบอกพนักงานว่า "อิ่มมากแล้วครับ" อยู่เลย 55555
ซุปมิโสะแดงรสเข้มที่พบได้บ่อยในร้านซูชิ ร้านไคเซกิ ร้านทงคัตสึ และร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูง เรียกง่าย ๆ ว่า...
แต่มิโสะแดงมาแบบโฉบเข้ามา เปิดประตู "มาแล้วค่าาาaaaาา" 🤣
กลิ่นเริดดดดดด หอมชวนอร่อยยยยยย
🤤 แล้วทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบกินคู่กับของทอด?
เพราะรสชาติของมิโสะแดงค่อนข้างเข้ม ทั้งกลิ่นหมัก อูมามิ และรสเค็มที่ชัดกว่า พอกินหลังทงคัตสึ เนื้อย่าง หรือซูชิปลามัน ๆ มันจะช่วย "รีเซ็ตปาก" ได้ดีมาก เขียนไปน้ำลายไหล (by เจ้าของบทความมมมม...)
เจอปลามัน เจอของทอด เจอหมูชุ่มฉ่ำเข้าไป... ปากเริ่มร้องขอความยุติธรรม 🤣 มันเหมือนกดปุ่ม Refresh ระหว่างคำต่อคำ กินต่อไป อย่าได้หยุดดดดด 🤣
ปากบอกพอแล้ว...แต่ช้อนบอกยัง 🤣
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ร้านอาหารญี่ปุ่นจำนวนมากนิยมเสิร์ฟ 赤だし ปิดท้ายมื้ออาหาร เพราะถึงจะอิ่มแล้ว...ก็ยังอยากซดอีกคำอยู่ดี 😆🍲
เห็นมั้ยว่าร้านญี่ปุ่น เค้าก็ร้ายกับคนอิ่มแล้ววววววววว 55555
📸 ตัวอย่างซุปมิโสะแดงที่เคยเจอ
นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ทั่วไปในร้านอาหารญี่ปุ่น — เสิร์ฟควบคู่กับอาหารจานหลัก สีเข้มและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของมิโสะแดงแบบนี้แหละ ที่ทำให้คนอิ่มแล้วยังต้องซดต่อ 🤣